คำถามที่พบบ่อย

Visualizer อุปกรณ์ชนิดนี้เป็นที่รู้จักและถูกเรียกแตกต่างกันออกไปหลายๆชื่อ  Visualizer , Visual Presentation , Visual Presenter หรือ  Document  Camera   แต่ที่ถูกเรียกบ่อยๆก็คือ  Document Camera  หรือ Visualizer  อย่างไรก็ดีอุปกรณ์ชนิดนี้เป็นได้มากกว่าชื่อที่มันถูกเรียก  Visualizer  คืออุปกรณ์ที่สามารถจับภาพสิ่งต่างๆเพื่อให้เรานำภาพออกฉายโดยเครื่องฉายภาพ เช่นเครื่องโปรเจคเตอร์หรือจอมอนิเตอร์  และที่พิเศษก็คือสามารถใช้แสดงเอกสารที่เป็นแผ่น  วัตถุที่มีลักษณะโปร่งใส  วัตถุที่มีรูปทรงสามมิติ  สไลด์  35  มิลลิเมตร  แผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์  นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถอย่างที่เรานึกไม่ถึงว่าจะใช้งานได้หลาย รูปแบบขนาดนี้  และยังทำงานในแบบ  real  time  ได้อีกด้วย

ปรกติถ้ามีเพียงคอมพิวเตอร์และโปรแกรม  PowerPoint  คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการ  presentations  แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่  เราจำเป็นต้องช้  Visualizer  เมื่อความต้องการในการแสดงภาพของเรามากกว่าที่ความสามารถในการแสดงภาพของ คอมพิวเตอร์จะทำได้  อย่างเช่นในการแสดงจุดที่กำหนดไว้เป็นพิเศษ  การแสดงภาพขยายเข้าออก  การหมุนวัตถุเพื่อให้ได้หลายมุมมอง

Visualizer เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าอย่างมากสำหรับการศึกษาในโรงเรียน  มหาวิทยาลัย  ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์  ในชั้นเรียน  ในการนำเสนองานทางธุรกิจ  ในการประชุม  การแพทย์  และอื่นๆอีกมาก Visualizer บางรุ่นนั้นเรายังสามารถใช้เอกสารร่วมกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย 

Visualizer  ส่วนใหญ่จะมีช่องรับส่งสัญญาณ (input/output) หลายช่องเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้สัญญาณได้หลายชนิดเช่น  สามารถต่อ  Visualizer  กับ  Projector  เพื่อฉายภาพให้ได้ขนาดที่ใหญ่บนจอภาพ  หรือต่อเข้ากับ  video-conferencing system , TV monitor , plasma , LCD monitor , Videotape recorder  Visualizer บางรุ่นถูกผลิตมาให้มีหน่วยความจำสำหรับเก็บภาพ  ทำให้เราสามารถเรียกภาพที่ถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำมาใช้ได้ทันที  บางรุ่นอาจมีฟังชัน scanning มาให้ด้วยทำให้สามารถเก็บภาพเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายและรวดเร็ว  มี Visualizer จำนวนมากจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดโดยมีราคาตั้งแต่ไม่กี่หมื่นจนถึงหลายแสนบาท  ในการเลือกซื้อก็ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะในการนำไปใช้งานและความต้องการของผู้ ใช้โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของ Visualizer

พื้นที่ในการรับภาพ (Shooting Area) คืออะไร         
พื้นที่ในการรับภาพของตัวเครื่อง Visualizer จะบอกถึงขนาดเอกสารที่ตัวเครื่องสามารถรับภาพได้  โดยจะบอกเป็นขนาดกว้าง x ยาว  เช่นขนาดเล็กสุด 21 x 16 มิลลิเมตรและขนาดใหญ่สุด 299 x 244 มิลลิเมตร  Visualizer ที่มีพื้นที่ในการรับภาพมากกว่าย่อมได้เปรียบมากกว่าเนื่องจากสามารถรับภาพ เอกสารหรือวัตถุขนาดใหญ่ได้มากกว่านั่นเอง

Frame Rate (อัตราการสแกนภาพ) คืออะไร 
อัตราการสแกนภาพจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความเร็วในการจับภาพของเครื่อง Visualizer ตัวนั้น  โดยบอกเป็นตัวเลขเช่น 15 fps (15 เฟรมต่อวินาที) , 20fps (20 เฟรมต่อวินาที) เป็นต้น  จำนวนตัวเลขยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนั่นหมายถึงสามารถจับภาพได้เร็วมากยิ่ง ขึ้น  อัตราความเร็วในการจับภาพนี้จะเห็นได้ชัดเจนเมื่อนำเอกสารมาวางที่ตัว เครื่องแล้วหมุนหรือเคลื่อนที่เอกสารนั้นๆถ้าอัตราการสแกนต่ำก็จะเห็นภาพ เอกสารในขณะเคลื่อนที่เป็นเงาๆ        

พอร์ต Input/Output คืออะไร 
พอร์ต Output คือพอร์ตที่จ่ายสัญญาณภาพไปยังอุปกรณ์ฉายภาพพอร์ตต่างๆชนิดกันให้ความคมชัด ของสัญญาณแตกต่างกัน  พอร์ต S-video ให้สัญญาณภาพคมชัดกว่าพอร์ต Composite Video  พอร์ต RGB (D-Sub 15 Pin) ให้ภาพคมชัดกว่า S-Video  ถ้า Visualizer มีพอร์ตมาให้ครบทั้งสามพอร์ตนี้เลยก็ยิ่งดีทำให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ฉายภาพ ได้หลากหลายมากขึ้น  นอกจากนี้ Visualizer บางรุ่นยังมีพอร์ต DVI มาให้ด้วยทำให้ได้คุณภาพของสัญญาณที่ดีขึ้นไปอีก  พอร์ต Input มีไว้สำหรับรับสัญญาณใน Visualizer บางรุ่นมีพอร์ตนี้มาให้ด้วยโดยจะใช้ในกรณีที่ต้องการผ่านสัญญาณไปยังอุปกรณ์ ฉายภาพอีกที  ทั้งพอร์ต Inputและพอร์ต Output ถ้ามีมากกว่าหนึ่งพอร์ตก็ยิ่งทำให้สามารถใช้งานได้กว้างมากขึ้น  สามารถต่อกับอุปกรณ์อื่นๆได้มากขึ้นโดยไม่ต้องถอดสายเปลี่ยนสลับไปมาระหว่าง แต่ละเครื่อง  

ความละเอียดและคุณภาพของภาพ 
กล้องและการรับภาพคือหัวใจสำคัญของ Visualizer และสำคัญมากถ้าต้องการภาพที่ดีก็ต้องใช้ภาพต้นแบบที่มีคุณภาพดีด้วย  ไม่มีระบบอิเล็คโทรนิคระบบไหนที่สามารถชดเชยภาพที่มีคุณภาพแย่ๆได้  กล้องและเลนส์ที่มีคุณภาพสูงถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและมีสีที่สม จริงในทุกๆขนาดรวมถึงการย่อและขยายขนาดจากการ Zoom ด้วย  ขั้นแรกก็ต้องเลือกภาพต้นแบบที่มีคุณภาพที่ดีก่อนแล้วกระบวนการทางอีเล็คโทร นิคจึงจะช่วยเสริมให้มีความคมชัดและมีรายละเอียดชัดเจนมากยิ่งขึ้น   

ความละเอียดของตัวกล้องที่ใช้รับภาพเป็นปัจจัยหนึ่งที่บอกถึงความสามารถของ เครื่องโดยความละเอียดนี้จะบอกเป็นจำนวนพิกเซลตัวอย่างเช่น 400,000 พิกเซล , 800,000 พิกเซลหรือ 850,000 พิกเซล  ค่าความละเอียดยิ่งมากยิ่งทำให้ภาพชัดเจนมากขึ้น

ในการตอบคำถามว่าจะเลือกซื้อโปรเจคเตอร์อะไรดี ถ้าเราเป็นคนธรรมดาไม่มีความรู้ทางด้านเทคนิคมากมาย ให้ลองตอบคำถามที่ง่ายที่จะช่วยชี้แนวทางเป็นขั้นตอนง่ายๆ เริ่มที่

1. การหาจุดประสงค์การใช้งาน เช่น การใช้โปรเจคเตอร์เพื่อเล่นเกมส์ การใช้โปรเจคเตอร์ดูหนัง การใช้โปรเจคเตอร์เพื่อการนำเสนอ หากใช้เพื่อการเล่นเกมส์ขอแนะนำให้ซื้อโปรเจคเตอร์ที่มีความละเอียดสูง 1080p และมีความสว่างมากกว่า 2500 lumen สำหรับการใช้เพื่อดูหนังใช้เหมือนโปรเจคเตอร์ที่ใช้เล่นเกมส์ และการใช้เพื่องานนำเสนอในห้องประชุมหรือในห้องเรียนสามารถใช้โปรเจคเตอร์ ทั่วไปโดยเลือกความสว่างสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม

2. สภาพแวดล้อมที่จะติดตั้งเครื่องโปรเจคเตอร์ ความสว่างในห้องที่ติดตั้งและขนาดของฉากเป็นปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการ เลือกค่าความสว่างของเครื่องโปรเจคเตอร์ ถ้าห้องมีแสงสว่างมากหรือขนาดฉากใหญ่ควรใช้โปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างมาก ขึ้น

3. การต่อเชื่อมและอุปกรณ์ต่อเชื่อมกับโปรเจคเตอร์ ถ้าเป็นการเล่นเกมส์หรือใช้เครื่องโปรเจคเตอร์เพื่อดูหนัง ควรใช้สายต่อแบบ HDMI หากเป็นการนำเสนอทั่วไปก็ใช้สาย VGA ที่ใช้กับ monitor เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป หรือ อาจมองหาโปรเจคเตอร์ไร้สาย(wireless projector) เพื่อความสะดวกในการวางเครื่องโปรเจคเตอร์ห่างจากจุดวางคอมพิวเตอร์หรือ เครื่องเล่น

4. ราคาโปรเจคเตอร์ เมื่อเลือกโปรเจคเตอร์รุ่นที่มีคุณสมบัติตามต้องการแล้วที่เหลือก็เป็นการ เปรียบเทียบราคาและของแถมของแต่ละเจ้าตามที่เห็นว่าเหมาะสม

ANSI Lumens คือ มาตราฐานการวัดความสว่าง คิดค้นโดย ANSI ซึ่งย่อมาจาก American National Standards Institute และเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นมาตราฐานที่เชือถือได้ในการนำมาวัดค่าความสว่าง ของโปรเจคเตอร์ , ANIS Lumens บ่งบอกถึงคุณสมบัติความสว่างของแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากโปรเจคเตอร์ , ANSI Lumens เป็นการหาค่าเฉลี่ยของแสงบริเวณจอรับภาพโดยแบ่งจอรับภาพออกเป็นสี่เหลี่ยม จตุรัส 9 ส่วน ในการวัดจะใช้ Light Meter วัดที่ระยะงจากจอรับภาพ 1 ฟุตโดยให้ Light Meter ชี้ไปที่บริเวณตรงกลางของสี่เหลี่ยมจตุรัสให้ครบทั้ง 9 ส่วนแล้วมาหาค่าเลี่ยอีกทีซึ่งก็จะได้ค่า ANSI Lumens ออกมา

Lumens คือ หน่วยที่บ่งบอกถึงปริมาณการส่องสว่าง ค่า Lumens ของหลอดภาพคือการวัดปริมาณแสงทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาจากหลอดไฟ หลอด R30 65 วัตต์มีค่าประมาณ 750 Lumens , หลอด incandescent 100 วัตต์ให้ค่าประมาณ 1700 Lumens

ใช้ได้แน่นอนแต่คุณภาพไม่ดีนัก จอภาพถูกผลิตขึ้นมาโดยมีการเคลือบพื้นผิวมาเป็นพิเศษทำให้มีคุณสมบัติใน การสะท้อนแสงเพิ่มขึ้น ( ผนังห้องไม่มีคุณสมบัตินี้ ) ถึงแม้ว่าการฉายภาพด้วยผนังห้องจะ สามารถเห็นภาพได้แต่จุดเด่นของภาพจะลดลงทั้ง Brightness , Contrast และสีที่เป็นธรรมชาติก็จะผิดเพี้ยนไปด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากพื้นผิวของผนัง

BENQ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีอยู่สม่ำเสมอ โดยในปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีวงล้อสี หรือ 5 Segment Color Wheel มาใช้ใน Projector ที่เป็นระบบ DLP เพียงผู้เดียว ซึ่งเทคโนโลยีวงล้อสีนี้ เป็นตัวช่วยในการปรับสีให้สมจริง โดยการเพิ่มสีเหลืองเข้าไปซึ่งทำให้ Projector มีสีสมจริงมากยิ่งขึ้น

โปรเจคเตอร์เครือข่าย คือ วิดีโอโปรเจคเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) ในแบบไร้สาย หรือแบบมีสาย

สิ่งที่ทำให้โปรเจคเตอร์เครือข่ายแตกต่างจากวิธีการ นำเสนออื่นๆ คือ คุณสามารถเชื่อมต่อและใช้โปรเจคเตอร์จากระยะไกลผ่านการเชื่อมต่อกับเครือ ข่ายได้ ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์ได้ คุณจะสามารถจัดส่งการนำเสนอจากตำแหน่งต่างๆ ที่เข้าถึงเครือข่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่วนตัวหรือห้องประชุมที่มีการติดตั้งโปรเจคเตอร์ สำหรับผู้ที่ต้องการดูการนำเสนอของคุณ พวกเขาต้องอยู่ในห้องที่มีการติดตั้งโปรเจคเตอร์ และไม่สามารถดูการนำเสนอบนเครือข่ายจากตำแหน่งอื่นๆ ได้

เวลาเลือกซื้อ LCD & Plasma TV เราควรรู้นะครับว่าค่า Contrast Ratio เช่น 15000:1, 30000:,1 50000:1 คืออะไร จะได้ไม่ถูกหลอกครับ

Contrast Ratio คือ อัตราส่วน "สีดำที่ดำที่สุดและสีขาวที่ขาวที่สุด" ที่ทีวีสามารถแสดงได้ ทีวีเครื่องไหนมีค่าคอนทราสต์เรโชสูงๆ จะแสดงภาพได้ดูลึกมีมิติสมจริง

ผมยกตัวอย่างง่ายๆจากหนังเรื่องทาร์ซานเจ้าป่านะครับเช่น ถ้าทีวีมีค่า Contrast Ratio สูงๆ ฉากทาร์ซานวิ่งอยู่บริเวณปากถ้ำซึ่งค่อนข้างมืดแต่ยังพอมีแสงสว่างจากภายนอก เล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง ทีวีก็จะแสดงบริเวณปากถ้ำเป็นสีดำเทา (ไม่ดำสนิท) แต่พอทาร์ซานวิ่งเข้าไปในถ้ำลึกๆ ทีวีก็จะแสดงสีดำในถ้ำลึกได้ดำสนิทสมจริง เราจึงเห็นเป็นมิติเลยว่าในถ้ำลึกก็จะดำสนิท บริเวณปากถ้ำก็ดำอมเทา ในขณะที่ทีวีที่มีค่า Contrast Ratio ต่ำๆ ก็จะไม่สามารถแสดงสีดำได้ดำเข้มสนิท บริวณในถ้ำหรือปากถ้ำก็จะแสดงเป็นสีดำอมเทากลืนกันทั้งหมด ทำให้เราไม่สามารถเห็นมิติส่วนไหนลึกส่วนไหนตื้นได้

Projector GYGAR

การรีเซ็ตการตั้งค่าโปรเจคเตอร์ GYGAR

กด Power+Ok ค้างไว้ จากนั้นให้เสียบปลั๊ก และรอจนกว่าเครื่องจะติด


กรณีรีโมทเครื่องโปรเจคเตอร์ GYGAR ถูกล็อกการใช้งาน

กด Power+Ok ค้างไว้ จากนั้นให้เสียบปลั๊ก และรอจนกว่าเครื่องจะติด

โปรเจคเตอร์ GYGAR กรณีพบว่าไฟไม่เข้าให้

เบื้องต้นตรวจสอบสายไฟว่าต่อเข้ากับเครื่องเรียบร้อยดีหรือไม่

หากพบว่าไฟยังคงไม่เข้าเครื่องควรลองเปลี่ยนสาย Power ก่อน  

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์


• กรณีเครื่องโปรเจคเตอร์ GYGAR ไม่แสดงภาพ

เบื้องต้นแนะนำให้ตรวจสอบที่อินพุตว่าตั้งค่าตรงกับสายสัญญาณที่เชื่อมต่อไว้หรือไม่ 

หรือลองทำการเปลี่ยนสายสัญญาณสายใหม่

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์


•  กรณีพบว่ารีโมทถ้าใช้งานหรือกดไม่ได้

เบื้องต้นลองตรวจสอบที่แบตเตอรี่ของรีโมทว่ายังคงใช้งานได้อยู่หรือไม่ หรือลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ก่อน

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์


กรณีเครื่องโปรเจคเตอร์ GYGAR ฉายภาพสี่ไม่ตรงหรือสีเพี้ยนไปจากต้นฉบับ

ให้ตรวจเช็คที่สายสัญญาณว่าอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานหรือไม่ หรือเบื้องต้นให้ลองเปลี่ยนสายสัญญาณก่อน

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ หรือยังพบปัญหา กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์


การรักษาและยืดอายุการใช้งานเครื่องโปรเจคเตอร์ GYGAR 

หลังจากกดปิดเครื่องโปรเจคเตอร์แล้วควรรอให้พัดลมหยุดหมุนก่อนจึงถอดปลั๊ก

Interactive Display GYGAR

 กรณีพบเครื่อง Interactive Display GYGAR (ESR) ติดรหัสล็อค

กดรหัส "2580" ที่รีโมทควบคุมของตัวเครื่อง

 กรณีพบปัญหาเครื่อง Interactive Display GYGAR (ESR) ไม่มีเสียง

เบื้องต้นลองตรวจสอบที่ Volume ของเครื่องว่าเปิดอยู่หรือไม่

และหากพบในกรณีส่วนของ Windows ไม่มีเสียงเพียงอย่างเดียว ให้เลือกไดร์เวอร์เสียงเป็น SMART TV UHD

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ หรือยังพบปัญหา กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

•  กรณีพบว่ารีโมทถ้าใช้งานหรือกดไม่ได้

เบื้องต้นลองตรวจสอบที่แบตเตอรี่ของรีโมทว่ายังคงใช้งานได้อยู่หรือไม่ หรือลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ก่อน

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

Visualizer GYGAR

กรณีวิชวลไลเซอร์ รุ่น GL844 สัญญาณภาพไม่ออก

ตรวจสอบสวิชช์ด้านข้าง ให้ปรับไปที่ VGA และทำการเช็คสายสัญญาณให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน  

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

•  กรณีพบว่ารีโมทถ้าใช้งานหรือกดไม่ได้

เบื้องต้นลองตรวจสอบที่แบตเตอรี่ของรีโมทว่ายังคงใช้งานได้อยู่หรือไม่ หรือลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ก่อน

หากยังไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • การเชื่อมต่อสาย D-SUB (VGA) กับโปรเจคเตอร์เบ็นคิว ภาพไม่ขึ้นแก้ไขยังไง ?

ตรวจสอบความถูกต้องในการเลือกช่องสัญญาณนำเข้าของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ ว่าถูกต้องหรือไม่ ตรวจสอบสายเคเบิลว่ามีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ หากยังไม่สามารถใช้งานได้ ติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • หากมีการลืมรหัสผ่านของ LAN WEP ของเครื่องโปรเจคเตอร์เบ็นคิว จะมีวิธีแก้ไขยังไง ?

สามารถทำการรีเซ็ตรหัสผ่านได้ โดยฝ่ายให้บริการของผู้จัดจำหน่าย เงื่อนไขนี้ไม่รวมอยู่ในการรับประกันจากเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • ไม่มีสัญญาณเสียงส่งออกมาที่โปรเจคเตอร์ ?

ตรวจสอบการเชื่อมของสัญญาณว่ารองรับหรือไม่ และลองเปลี่ยนสายเคเบิลที่ใช้เชื่อมต่อ หากยังไม่สามารถใช้งานได้ ติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • มีจุดสีขาวและสีดำขึ้นบนภาพฉายของโปรเจคเตอร์ ?

โปรดตรวจสอบเงื่อนไขขั้นตอนการติดตั้งโปรเจคเตอร์ให้ถูกวิธี และสภาพแวดล้อมในการนำไปใช้งานที่ถูกต้องและเหมาะสม

  • โปรเจคเตอร์เปิดเครื่องไม่ติด ?

ตรวจสอบสายเคเบิลจ่ายไฟของโปรเจคเตอร์ว่ามีการเสียบสายถูกต้องหรือไม่ หรือลองเปลี่ยนสายเคเบิลจ่ายไฟเส้นใหม่ หากยังไม่สามารถใช้งานได้ ติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • โปรเจคเตอร์มีภาพคลื่นสีเขียวขึ้นบนภาพที่ฉาย ?

อาจจะเกิดจากสายเคเบิลที่ใช้ส่งสัญญาณภาพชำรุด ลองเปลี่ยนสายเคเบิลในการเชื่อมต่อสัญญาณภาพใหม่ หากยังไม่สามารถใช้งานได้ ติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • เมื่อโปรเจคเตอร์มีการปิดเครื่องตัวเอง ?

สามารถตรวจสอบและกำหนดปิดการตั้งค่าเวลาปิดเครื่องได้ที่เมนูคำสั่งตั้งค่าของเครื่องโปรเจคเตอร์ได้

  • มีโปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นไหนที่รองรับการปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว (Offline cooling) ?

โปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นที่รองรับการปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว (Offline cooling) ตั้งแต่ Series 8 และ 9 ขึ้นไป สามารถตรวจสอบและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • มีโปรเจคเตอร์เบ็นคิวที่รองรับเทคโนโลยีเลเซอร์ในการฉายภาพหรือไม่ ?

โปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นที่รองรับเทคโนโลยีเลเซอร์ในการฉายภาพคือรุ่น Series L (Laser) สามารถตรวจสอบและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • ทำไมโปรเจคเตอร์เบ็นคิวไม่สามารถแสดงสื่อ 3D ผ่านการเชื่อมต่อกับ Blu-ray player ได้ ?

ตรวจสอบรุ่นโปรเจคเตอร์ว่าสามารถรองรับการเล่นสื่อ 3D ผ่าน Blu-ray player หรือไม่ ตรวจสอบการเปิดใช้งานฟังชั่นการเล่นสื่อ 3D และเล่นผ่านคอมพิวเตอร์ ที่มีการการ์ดจอกราฟิกรองรับสื่อ 3D หรือไม่

  • โปรเจคเตอร์เบ็นคิวรองรับการส่งสัญญาณเสียงผ่านการเชื่อมต่อสายเคเบิล LAN หรือไม่ ?

สามารถตรวจสอบรุ่นโปรเจคเตอร์ว่ามีฟังชั่นรองรับการเชื่อมต่อสาย LAN หรือไม่ และดาวน์โหลดโปรแกรม Qpresenter วิธีการใช้งานโปรแกรม ได้จากทางเว็บไซต์ BenQ

  • สามารถติดตั้งโปรเจคเตอร์เบ็นคิวในแนวตั้งได้หรือไม่ ?

ไม่สามารถติดตั้งในแนวตั้งได้ แต่โปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นเลเซอร์ขึ้นไป มีฟังชั่นสามารถปรับภาพการฉายให้เป็นลักษณะแนวตั้งได้

  • โปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่น M 5 และ M 6 สามารถรองรับการทำงานผ่าน LAN (Intrastructure) ได้หรือไม่

โปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่น M 5 และ M 6 สามารถรองรับการทำงานผ่าน LAN ได้ ในระบบที่เป็น Access Point ผ่านตัวเชื่อมต่อ BenQ Wireless Dongle และส่วนโปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นที่สามารถรองรับการทำงานผ่าน LAN แบบ Intrastruture ได้นั้นจะมีรุ่น M 7 กับ M 8 ขึ้นไป สามารถตรวจสอบและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

  • การเชื่อมต่อโปรเจคเตอร์เข้ากับคอมพิวเตอร์นั้น จำเป็นต้องมีการลงโปรแกรมไดร์เวอร์สำหรับใช้งานหรือไม่ ?

สามารถเชื่อมต่อโปรเจคเตอร์กับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องมีการลงโปรแกรมหรือไดร์เวอร์อื่นๆ

  • โปรเจคเตอร์เบ็นคิวสามารถใช้งานเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ MAC ได้หรือไม่ ?

โปรเจคเตอร์เบ็นคิวสามารถเชื่องต่อกับคอมพิวเตอร์ MAC ได้โดยผ่านอุปกรณ์เสริมของ MAC

  • ต้องการควบคุมโปรเจคเตอร์ผ่านการเชื่อมต่อ RS232 สามารถหาข้อมูลคำสั่งการควบคุมได้จากที่ไหน ?

สามารถหาจ้อมูลคำส่ังการควบคุมโปรเจคเตอร์ผ่านการเชื่อมต่อ RS232 ได้ในคู่มือการใช้งาน สามารถโาวน์โหลดได้ที่ เว็บไซต์หลักของ BenQ

  • สามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของสีที่แสดงบนโปรเจคเตอร์ได้ไหม ?

ค่าของสีที่แสดงบนโปรเจคเตอร์เป็นค่าสีที่มีการตั้งค่ามาจากผู้ผลิต ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่สามารถปรับตั้งค่าความสว่างและความเข้มของสีได้ ในโหลดของผู้ใช้ 1 และ 2 ของเครื่องโปรเจคเตอร์

  • โปรเจคเตอร์เบ็นคิวสามารถเชื่อมต่อเพื่อรับสัญญาณภาพแบบ ทีวี ได้หรือไม่ ?

โปรเจคเตอร์เบ็นคิวสามารถเชื่อมต่อเพื่อรับสัญญาณภาพแบบ ทีวี ได้ผ่านสายเคเบิล ทีวี โคแอ็กเชียล มาที่กล่องรับสัญญาณภาพ ทีวี หรือ วีซีอาร์ รีคอร์เดอร์ เพื่อส่งสัญญาณภาพทีวีไปที่โปรเจคเตอร์ ผ่านสาย วีจีเอ หรือ สายวีดิโอ คอมโพสิท

  • โปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นที่ซื้อมีอายุเกิน 5 ปี ยังสามารถส่งซ่อมได้อยู่หรือไม่ ?

ตามกฏของเบ็นคิวอุปกรณ์อะไหล่ซ่อมจะมีอายุสูงสุดได้ 5 ปี นับจากวันที่ผลิตวางจำหน่าย

  • ประกันอายุการใช้งานของหลอดภาพโปรเจคเตอร์เบ็นคิวอยู่ได้สูงสุดเท่าไหร่ ?

ประกันของอายุหลอดภาพเบ็นคิวสามารถอยู่ที่ได้ 1 ปี หรือ 2,000 ชั่วโมง

  • ประกันอายุของแว่น 3D เบ็นคิวสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

แว่น 3D ของเบ็นคิว จะมีประกัน 1 ปี

  • สามารถรีเซ็ตชั่วโมงของหลอดภาพได้หรือไม่ ?

สามารถรีเซ็ตชั่วโมงหลอดภาพได้ โดยสามารถทำได้ตามคู่มือของโปรเจคเตอร์ที่มีมาให้

  • สามารถคำนวณการติดตั้งระยะการฉายภาพของโปรเจคเตอร์เบ็นคิวได้จากที่ไหน ?

สามารถคำนวณได้จากโปรแกรมคำนวณระยการฉายของโปรเจคเตอร์เบ็นคิวได้ที่เว็บไซต์ https://projectorcalculator.benq.com/

  • มีวิธีการเซ็ตค่า Keystone ตัวตนเอง หรือไม่ ?

สามารถปิดการตั้งค่าของ Auto Keystone ได้ในเมนูคำสั่งตั้งค่าของเครื่อง

  • สามารถซื้ออุปกรณ์อะไหล่จากภายนอกได้หรือไม่ ?

อุปกรณ์อะไหล่ของโปรเจคเตอร์เบ็นคิวไม่มีการขายวางจำหน่ายตามหน้าทั่วไป สามารถตรวจสอบและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์